ปัจจุบันการทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและการจัดจำหน่ายสินค้านั้น มีการเกิดขึ้นใหม่เป็นจำนวนมาก ตัวกล่องบรรจุภัณฑ์ ก็เป็นส่วนหนึ่งในกลยุทธิ์ทางการตลาดของแต่ละแบรนด์ ที่จะต้องมีการออกแบบและผลิตบรรจุภัณฑ์ให้มีสีสันสวยงาม และมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม เพื่อให้ลูกค้าหรือผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย ได้มีความสนใจในตัวผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ตัวเอง มากกว่าแบรนด์ของคู่แข่ง ซึ่งสำหรับการพิมพ์บรรจุภัณฑ์ให้มีสีสันสวยงามตามความต้องการนั้น ก็จำเป็นที่จะต้องมีความเข้าใจต่อระบบสีที่ใช้ในการพิมพ์บรรจุภัณฑ์ด้วยเช่นกัน เพื่อให้ได้ตัวบรรจุภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตามความต้องการของผู้ผลิตนั้นเอง
การใช้ระบบสีในการพิมพ์บรรจุภัณฑ์จะมีหลัก ๆ ด้วยกัน 2 ระบบ คือ “งานพิมพ์แบบดิจิตอล (DIGITAL)” กับ “งานพิมพ์แบบกราเวียร์ (GRAVURE)” ซึ่งงานพิมพ์แต่ละระบบนั้นก็จะมีข้อแตกต่างกันออกไป นอกจากเรื่องสีสันความสวยงามแล้ว เรื่องของจำนวนและราคาที่ใช้ในการผลิตก็จะแตกต่างกันอีกด้วย ฉะนั้นการเลือกใช้ระบบสีในการพิมพ์บรรจุภัณฑ์ให้ถูกต้องตามความต้องการของผู้ผลิตนั้น ก็เป็นสิ่งสำคัญสำหรับการทำธุรกิจผ่านตัวบรรจุภัณฑ์ด้วยเช่นกัน
วันนี้ ATPCRAFT จะมาบอกถึงข้อแตกต่างของระบบเครื่องพิมพ์ 2 ระบบที่ได้กล่าวไปข้างต้น ระหว่าง
“งานพิมพ์แบบดิจิตอล (DIGITAL)” กับ “งานพิมพ์แบบกราเวียร์ (GRAVURE)”
ว่าความแตกต่างของทั้งสองระบบนั้น มีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจในการใช้เลือกใช้ระบบการพิมพ์แต่ละแบบให้เหมาะสม และถูกต้องตามความต้องการของผู้ผลิตนั่นเอง💙💛

งานพิมพ์แบบ Digital
การพิมพ์แบบระบบดิจิตอล (Digital Printing) คือ การที่เครื่องพิมพ์รับข้อมูลภาพที่อยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ แล้วจึงพิมพ์ออกมาบนชิ้นงานในรูปแบบต่างๆ ที่เราต้องการ โดยงานที่พิมพ์ด้วยระบบดิจิตอล จะไม่ต้องใช้แม่พิมพ์ที่เป็นแท่นพิมพ์แบบระบบงานพิมพ์อื่นๆ จึงทำให้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายของสีแม่พิมพ์ เพราะไม่ว่าจะผสมสีเยอะหรือน้อยมากแค่ไหน ก็มีราคาเท่ากันหมด รวมถึงยังสามารถพิมพ์งานที่มีจำนวนน้อยได้ โดยสามารถพิมพ์ได้ตั้งแต่ 1,000 / 3,000 / 5,000 ชิ้น หรือมากกว่านั้นก็สามารถพิมพ์ได้ ทั้งนี้ในเรื่องของราคาการพิมพ์ต่อชิ้นของระบบดิจิตอล ก็ค่อนข้างสูงกว่าระบบการพิมพ์แบบกราเวียร์ (Gravure Printing) อยู่พอสมควร เพราะฉะนั้นงานพิมพ์ด้วยระบบดิจิตอล อาจเหมาะกับผู้ที่กำลังเริ่มต้นทำธุรกิจและเริ่มต้นทำแบรนด์สินค้า มากกว่าผู้ที่มีการทำธุรกิจหรือทำการตลาดมาก่อนแล้ว

งานพิมพ์แบบ Gravure
การพิมพ์แบบระบบกราเวียร์ (Gravure Printing) เป็นการพิมพ์แบบใช้แม่พิมพ์ร่องลึก (Intaglio) จะมีการนำเครื่องมือพิเศษเจาะหรือกัดลงบนผิวแม่พิมพ์ ให้เป็นร่องลึกเพื่อที่จะใส่หมึกพิมพ์ลงไป หลังจากดูดซับหมึกสีต่างๆ เรียบร้อยแล้ว ก็จะนำแม่พิมพ์ไปวางบนพื้นผิวของชิ้นงาน เพื่อผลิตภาพพิมพ์ในขั้นตอนต่อไป โดยการคำนวณค่าแม่พิมพ์แต่ละสี ก็จะดูจากชิ้นงานก่อนที่จะทำการพิมพ์ เช่น หากชิ้นงานมี 4 สีตามปกติ คือ CYMK + สีขาว (W) ก็เท่ากับมี 5 สี ซึ่งการพิมพ์แบบกราเวียร์จะเหมาะกับผู้ที่ดำเนินธุรกิจมาก่อนแล้ว หรือมีการทำแบรนด์สินค้าและลงทุนทำการตลาดมาสักพัก เพราะงานพิมพ์แบบกราเวียร์จะต้องเสียค่าแม่พิมพ์ในตอนแรก และยังต้องผลิตจำนวนมาก ตั้งแต่ 10,000 ชิ้น ขึ้นไป แต่ราคาต่อชิ้นจะถูกกว่าการพิมพ์แบบดิจิตอล และยังสามารถเก็บแม่พิมพ์ไว้พิมพ์ในครั้งต่อไปได้ ทำให้ต้นทุนในการผลิตครั้งถัดไปถูกลงกว่าเดิมอีกด้วย
หากคุณต้องการรีแบรนด์สินค้า ออกแบบบรรจุภัณฑ์ (packaging) ใหม่ รวมถึงบริการผลิตซองบรรจุภัณฑ์ครบวงจร ราคาดี เริ่มต้นจำนวนน้อยก็สามารถผลิตได้ ติดต่อ atpcraft ได้เลยนะคะ ยินดีให้บริการและให้คำปรึกษาฟรีค่ะ👱🏻♀️
—————————————————————————————————————————————————
www.atpcraft.com
, https://www.facebook.com/atpcraft.th/
ติดต่อ Line@ : @atpcraft (https://lin.ee/VOlJb9H)
Tel : 02-1148052 ต่อ 301
Leave A Comment